นักเขียนคอนเทนต์

เมื่อ Facebook ยกเลิก Page Like นักเขียนคอนเทนต์อย่างเราจะปรับตัวอย่างไร?

HIGHLIGHT

  • Page Like ลดลงไม่ต้องตกใจ Freelance108 แชร์เคล็ดลับพร้อมรับมืออัลกอริทึมใหม่
  • 3 เทคนิคง่าย ๆ เตรียมพร้อมยอด Like ที่หายไป
  • Facebook เปิดตัวอัลกอริทึมใหม่ โบกมือลา Page Like ที่เคยมี สู่การโฟกัสยอด Follower

นักเขียนคอนเทนต์ รู้ใช่ไหมไม่นานมานี้ Facebook ได้มีประกาศว่าจะยกเลิก Page Like ซึ่งนั่นก็จะทำให้ Facebook Fanpage เหลือเพียงยอดผู้ติดตามเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันหน้าฟีดของใครหลาย ๆ คนก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นอัลกอริทึมใหม่เรียบร้อย ดังนั้น หาก Fanpage ของใครที่กำลังดูแลอยู่มียอด Like ตกลงไปก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะสิ่งที่ยังคงสามารถวัด Performance ของเพจได้ก็คือ ยอดผู้ติดตามและจำนวนคน Like โพสต์นั่นเอง

ในมุมมองของผู้บริโภคหรือผู้รับสื่อต่าง ๆ อาจจะไม่เห็นความแตกต่างนี้ แต่แน่นอนว่าสำหรับเจ้าของเพจหรือเหล่านักเขียนคอนเทนต์จะต้องมีหวิว ๆ กันบ้าง เพราะจำนวน Page Like ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้เพจไม่น้อย


นักเขียนคอนเทนต์จะปรับตัวอย่างไร

1. เมื่อ Facebook ยกเลิก Page Like นักเขียนคอนเทนต์อย่างเราจะปรับตัวอย่างไร?

สำหรับเหล่าฟรีแลนซ์หลาย ๆ คนที่กำลังงงงวยอยู่กับการอัปเดตใหม่นี้ Freelance108 มี 3 เคล็ดลับง่าย ๆ ในการปรับตัวมาฝากเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับ Page Like ที่กำลังจะโบกมือลา Facebook Fanpage ไป


นักเขียนคอนเทนต์โฟกัสไปที่ยอดFollower

2. โฟกัสไปที่ยอด Follower แทนจำนวน Page Like

ในเมื่อยอด Page Like จะหายไป สิ่งที่เราควรหันไปโฟกัสนั่นก็คือผู้ติดตาม ในความเป็นจริงทั้ง 2 อย่างนี้แทบไม่ต่างกัน เพราะเมื่อเรากด Like Facebook ก็จัดการให้เราติดตามเพจนั้น ๆ โดยอัตโนมัติ ซึ่งในความเป็นจริงก็แปลว่าบุคคลเดิม ๆ กลุ่มเป้าหมายเดิมที่เคยกด Like ก็ยังคงอยู่กับ Facebook Fanpage ของคุณนั่นเอง ดังนั้น ศึกษาข้อมูลของผู้ติดตามที่เหลือเพื่อเสิร์ฟสิ่งที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด


นักเขียนคอนเทนต์เพิ่มคุณภาพของContent

3. เพิ่มคุณภาพของ Content และ Graphic

เมื่อ Facebook ทำการ Scope กลุ่มเป้าหมายให้คุณมากยิ่งขึ้น ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในการปรับปรุงคอนเทนต์ให้ตรงกับความต้องการกับกลุ่มเป้าหมายได้ เหล่าฟรีแลนซ์สามารถศึกษาข้อมูลผู้ติดตามจากสถิติหลังบ้านของเพจได้เลย เพื่อดูแนวโน้มของกลุ่มเป้าหมายที่ยังอยู่กับ Fanpage ได้

ซึ่งเป็นการนำไปรีแบรนด์ หรือ กำหนดธีมใหม่ให้ Fanpage ดูทันสมัย และเข้าถึงง่าย รวมถึงเรื่องการกรอง Quality ได้มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญศึกษาเทรนด์ขณะนั้น ๆ ไว้บ้างเพื่อการทำคอนเทนต์เสิร์ฟกลุ่มเป้าหมายในอนาคต


นักเขียนคอนเทนต์หันเหการทำโฆษณา

4. หันเหการทำโฆษณาไปที่ส่วนอื่น

การอกหักจากคนที่ไม่ใช่ยังต้อง Move on การทำโฆษณาผิดจุดก็เช่นกัน อาจจะเสียเงินโดยใช่เหตุ ถึงแม้ในช่วงนี้อาจจะยังทำการโฆษณาแบบ Page Like ได้ (เชื่อว่าฟรีแลนซ์หลาย ๆ คนต้องได้รับบรีฟจากลูกค้าเช่นกัน) แต่อนาคตก็ไม่แน่นอนว่าเจ้า Page Like จะโบกมือลาเราไปเมื่อไหร่

ทางที่ดีลองกันงบสักส่วนเพื่อมาทำการโฆษณาส่วนอื่นกันหน่อย เช่น ลงงบในส่วน Boots Post เพิ่มเติม ซึ่งก็จะทำให้คนเห็นโพสต์ของเรามากขึ้น นำมาซึ่งยอดออร์แกนิกที่ดีในอนาคตได้ หรือจะเน้นไปที่การทำโฆษณาเพื่อสร้าง Conversion แทน ซึ่งเป็นการสร้างยอดขายได้อีกด้วย


ถึงแม้การยกเลิก Page Like นี้จะดูน่ากลัว แต่เชื่อว่าการอัปเดตสิ่งใหม่ ๆ ย่อมนำสิ่งที่ดีขึ้นเพิ่มมาอีกด้วย ดังนั้น สำหรับฟรีแลนซ์ที่กำลังดูแลด้านนี้ ลองสังเกต Fanpage ตัวเองทุก ๆ วันว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปไหนด้านไหนบ้าง หากยอดกด Like เริ่มลดลง นั่นคงเพราะอัลกอริทึมของผู้ใช้งานบางส่วนได้อัปเดตไปแล้ว

ติดตามเพื่อไม่พลาดทุกข่าวสาร และเรื่องราวดีๆ
สนใจบริการจัดทำการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร

เบอร์โทรศัพท์ : 065-021-9888
E-mail : freelance108.mkt@gmail.com